ตัวขับสายพานเสริม ACDelco

ACDelco Accessory Belt Drives

ACDelco ยึดมั่นในคุณภาพ พบกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมแบบที่คุณต้องการด้วยผลิตภัณฑ์จาก ACDelco ตัวขับสายพานเสริมของ ACDelco คือ สายพานอะไหล่สำหรับระบบตัวขับสายพานเสริม (Accessory Belt Drive Systems หรือ ABDS) และอุปกรณ์สายพานเซอร์เพนไทน์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและโครงสร้าง EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) แบบพิเศษ จนได้ระบบ ABDS ที่มีสมรรถนะเหนือชั้นแบบเดียวกับรถใหม่ ผลิตภัณฑ์ของ ACDelco ได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายและความทนทานอย่างที่คุณต้องการ

คุณสมบัติและคุณประโยชน์

• สายพานที่ดีที่สุดที่ช่างเทคนิคมืออาชีพเลือกใช้ ใช้งานได้นานกว่าสายพานที่วางจำหน่ายทั่วไป 50-60%
• ฟังก์ชันควบคุมขนาดความละเอียดของโครงร่องสายพานจะส่งโหลดผ่านระบบ ABDS อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ส่วนประกอบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมสูงสุด
• สามารถทำงานและยอมรับแนวที่คลาดเคลื่อนในระบบ ABDS ได้ดีกว่าสายพานเซอร์เพนไทน์อื่นๆ
• โครงสร้างที่ยืดหยุ่นทำให้สายพานทนทานต่อการบิดโค้งด้านบนและด้านหลังได้หลายพันล้านครั้ง ส่งผลให้สายพานมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
• มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือเกินกว่าที่มาตรฐาน SAE J1459 กำหนดไว้

ลักษณะการสึกหรอและการแก้ไขปัญหา

• การฉีกขาดของเนื้อยาง: (การสึกหรอของสายพานที่พบมากที่สุด) เกจวัดความสึกหรอของสายพานจะวัดการสูญเสียเนื้อยาง ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังที่ส่งผ่านจากข้อเหวี่ยงไปยังอุปกรณ์ลดลง
• ลักษณะมันเงา: บริเวณที่มันวาวแสดงให้เห็นว่าสายพานลื่น ซึ่งทำให้การส่งกำลังไปยังอุปกรณ์เป็นไปอย่างไม่เหมาะสม
• การหลุดลอก: ยางที่สึกอาจตกลงไปในร่องและทำให้เกิดเสียงดัง ความร้อน การสั่น และการสึกหรอมากผิดปกติ
• การถลอก: การสึกหรอตามแนวด้านข้างอาจบ่งบอกถึงแนวที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากตัวปรับความตึงทำงานผิดปกติ
• การแตก: สายพานยางเทียม (นีโอพรีน) เก่าจะแตกเนื่องจากใกล้หมดอายุ และมักต้องทำการเปลี่ยนใหม่
• เครื่องยนต์ดับหรือมีการจุดระเบิดย้อนกลับ
• สายพานจะทำให้เกิดเสียงหวีดแหลม
• ไฟหน้าหรี่ลงขณะขับขี่
• ปริมาณประจุของแบตเตอรี่ลดลง

วิธีการบำรุงรักษาที่เหมาะสม

• ห้ามใช้สเปรย์ฉีดสายพานเพื่อหยุดการลื่นของสายพานหรือเสียงรบกวน เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำมันและอาจทำให้สายพานเสื่อมสภาพได้
• ห้ามบิดสายพานเกิน 90 องศาในระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากอาจทำให้เส้นลวดรับแรงดึงชำรุดและทำให้อุปกรณ์เสียหายเร็วกว่าปกติ
• เปลี่ยนสายพานรูปตัววีหลังจากที่ใช้งานมา 3 ถึง 4 ปี หรือทุกๆ 58,000 ถึง 77,000 กิโลเมตร
• ใช้เกจวัดความตึงที่เหมาะสมเพื่อตรวจสอบความตึงของสายพาน
• ตรวจสอบความตึงของสายพานที่เหมาะสม หลังจากที่ติดตั้งสายพานและใช้งานมาครบ 800 ถึง 1,600 กิโลเมตร ทำการตรวจสอบซ้ำอย่างน้อยปีละสองครั้ง หรือทุกๆ 10,000 กิโลเมตร

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ในระหว่างที่ใช้งานอยู่ สายพานสามารถขาดได้หรือไม่
ตอบ: ได้ กรณีนี้อาจแสดงให้เห็นถึงปัญหาของแนวสายพานหรือตัวปรับความตึงผิดปกติ

ถาม: ฉันจะรู้ได้ทันทีที่สายพานขาดใช่หรือไม่
ตอบ: ใช่ พวงมาลัยเพาเวอร์อาจฝืดลงหรือหายไป รถของคุณจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้เมื่อสายพานขับเกิดความผิดปกติ

ถาม: มีขั้นตอนอะไรที่ฉันสามารถทำได้เพื่อช่วยให้สายพานมีอายุการใช้งานนานขึ้นหรือไม่
ตอบ: ใช่ สาเหตุสำคัญที่ทำให้สายพานเกิดความผิดปกติคือความตึงที่ไม่เหมาะสม และพูลเล่ย์ที่ปรับแนวคลาดเคลื่อน สภาพทั้งสองแบบนี้จะ
ทำให้อุปกรณ์มีความร้อนสูงเกินจนทำให้สายพานทำงานผิดปกติ ควรตรวจสอบสายพานทุกๆ 5,000 กิโลเมตร เพื่อหาการสึกหรอของสายพาน
ความตึงที่เหมาะสม และการปรับแนวพูลเล่ย์

ถาม: มีวิธีซ่อมสายพานที่ขาดหรือไม่
ตอบ: ไม่ เมื่อด้านหลังของสายพานฉีกขาดหรือแตก ควรเปลี่ยนสายพานใหม่

ถาม: ฉันใช้สายพานเส้นเดิมซ้ำหลายๆ ครั้งได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ใช้สายพานตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในแค็ตตาล็อกสายพานและท่อ ACDelco

ถาม: สายพานที่สึกหรอจะส่งผลต่อความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่
ตอบ: ไม่ ควรจำไว้ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้สายพานเกิดความผิดปกติคือความตึงที่ไม่เหมาะสมและพูลเล่ย์ที่ปรับแนวคลาดเคลื่อน ความตึงที่ไม่เหมาะสมจะทำให้สายพานลื่น และคุณอาจสังเกตเห็นว่าระบบปรับอากาศมีประสิทธิภาพลดลง รวมทั้งฝากระโปรงหน้ามีความร้อนเพิ่มมากขึ้นด้วย ความร้อนสูงจะทำให้อุปกรณ์เสริมเกิดความเสียหายเร็วกว่าปกติ