เสียงของรถยนต์และรถบรรทุก

Car Noises: Squeaky Brakes, Engine Noises & More | ACDelco

เสียงกริ๊ก เสียงแคร้ง และเสียงครืดจากรถยนต์ของคุณกำลังบอกอะไรคุณอยู่ การเข้าใจถึงที่มาของเสียงเหล่านี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับช่างยนต์ที่ได้รับการฝึกฝนให้วิเคราะห์ปัญหาโดยฟังจากเสียง สิ่งสำคัญก็คือ ต้องระบุข้อมูลอย่างเฉพาะเจาะจง คุณจะต้องค่อยๆ หาที่มาของเสียง รวมทั้งจดบันทึกไว้ว่าเสียงนั้นๆ เกิดขึ้นในสถานการณ์ใด รายละเอียดอย่างเช่น มีเสียงเมื่อเครื่องร้อน เมื่อเครื่องเย็น เมื่อเดินเบา เมื่อขับขี่ที่ความเร็ว 90 กม./ชม. เป็นต้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา


ข้อมูลด้านล่างเป็นคำอธิบายสาเหตุที่เป็นไปได้ของเสียงที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ โดยครั้งต่อไปที่คุณนำรถยนต์เข้ารับบริการ ที่ปรึกษาด้านบริการหรือช่างยนต์ของคุณสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของปัญหาได้

ลักษณะของเสียงจากรถยนต์

ปัญหาที่เป็นไปได้

 
 
 
 
เบรกมีเสียงจี๊ดๆ
มีฝุ่นเกาะบนผ้าเบรก หรือผิวนอกของผ้าเบรกและก้ามเบรกแข็งตัว
เบรกมีเสียงครืด
ผ้าเบรกหรือก้ามเบรกสึก
เสียงเหมือนโลหะกระทบกันขณะเบรก
ผ้าเบรกสึก
เสียงเหมือนโลหะกระทบกันขณะขึ้นเนินหลังเต่า
โช้คอัพเสื่อมสภาพ
เสียงหอนจากระบบปรับอากาศ
คอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ
เสียงเอี๊ยดจากที่ปัดน้ำฝน
ใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ
เสียงหอนจากยางขณะเข้าโค้ง
จาระบีลูกปืนล้อแห้งหรือเสื่อมสภาพ
เสียงเอี๊ยดจากยางขณะเข้าโค้ง
ความดันลมยางต่ำหรือยางเสื่อมสภาพ
เสียงครืดขณะเปลี่ยนเกียร์
คลัตช์สึกหรือจำเป็นต้องปรับคลัตช์
เสียงครูดแหลมจากภายในห้องเครื่องยนต์
สายพานหย่อนหรือเสื่อมสภาพ
เสียงปึบจากเครื่องยนต์
ไส้กรองอากาศสกปรก หรือหัวเทียน สายไฟ หรืออุปกรณ์ของระบบจุดระเบิดไม่ดี
เสียงขูดหรือเสียงหึ่งจากระบบเกียร์
จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ใหม่
เสียงจี๊ดขณะเปลี่ยนเกียร์
จำเป็นต้องทำการหล่อลื่นสำหรับระบบเกียร์ธรรมดา
เสียงดังกังวานภายใต้ฝากระโปรงเมื่อความเร็วเปลี่ยน
ข้อต่อเสื่อมสภาพหรือตั้งความเร็วรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ไว้สูงเกินไป
เสียงเขกจากภายในห้องเครื่องยนต์
ไส้กรองอากาศอุดตัน เวลาการจุดระเบิดไม่ถูกต้อง หรือจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูงขึ้น
เสียงกริ๊กขณะเดินเบา
จำเป็นต้องเติมน้ำมันเครื่อง
เสียงแคร้งดังขึ้นเรื่อยๆ ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น
ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์เสียหรือเสื่อมสภาพ